อรากกกก นี่เป็นเอ็นทรี่ที่เขียนเอาไว้เมื่อวันพ่อ แต่เข้า Exteen ไม่ได้ เลยเอามาลงตอนนี้ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นวันที่ 5 ธันวาคม 2554 เจ้าค่ะ

 

วันนี้ออกไปตะลอนๆกับพ่อมา เจออะไรหลายๆอย่างที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย

เริ่มจากการนั่งรถเมล์

ตอนแรก กะว่าจะนั่งรถสาย 44 ไปสนามหลวง แต่พ่อเปลี่ยนใจไปนั่งสาย 60 แล้วเป็นไง ยืนตั้งแต่นิด้าถึงสนามหลวงจ้า ชั่วโมงนึงเต็มๆ โอ มาย ก็อดดด ยังไม่จบแค่นั้น รถเมล์เอาเราไปปล่อยตรงซอยข้างๆสนามหลวง ไม่ได้พาลงที่หน้าสนามหลวงเลย หลังจากหลงทิศอยู่นานก็เดินไปมั่วๆ เจอตลาดนัดเล็กๆที่ขายของเก่า มือสอง ซีดีโป๊ (O_O) และในทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาเลยตามเสียงไปดูตามประสา (พ่อชอบมุง 5555) ปรากฏว่ามีอาแปะคนนึงอายุราว 70 ปี แกขับรถเข้าไปในโซนตลาดเนี่ยแหละ ทั้งๆที่ทางมันแคบ แล้วแกก็ขับเร็ว ล้อรถเลยไปทับแผงรองเท้าที่อยู่กลางถนน นึกภาพออกมั๊ย เดี๋ยววาดรูปให้ดูนะ

 

 นี่เป็นภาพคร่าวๆนะ จริงๆมันแคบกว่านี้เยอะ

ได้ยินพี่ชายร้านขายรองเท้าแกบอกว่า ตอนแรกลูกค้าดูรองเท้าร้านแกอยู่แล้วรถอาแปะซิ่งมาอย่างเร็วและแรง ลูกค้าร้านพี่แกเลยกระโดดเข้าร้านเพราะรถจะชน แถมรถอาแปะยังไปทับรองเท้าพี่แกอีก แต่พ้อย (Point) ของเรื่องอยู่ที่อีเจ๊ขาวีนร้านขายเสื้อ นางบอกว่ารถของอาแปะทับขานางเจ้าค่ะ!! นางเลยใส่รองเท้าแตะแบบหมิ่นเหม่เพื่อให้ทุกคนได้เห็นเท้าของนาง พร้อมร้องเรียกความเห้นใจด้วยเสียงเสมือนหนึ่งว่านางกำลังเรียกลูกค้า “เนี่ยดูดิ อะไรอ่ะขับรถทับขาคนแล้วบอกว่าขอโทษงั้นเหรอ แหมอย่างนี้ถ้าฆ่าคนตายแล้วพูดว่าขอโทษมันหายใช่ปะ” แล้วนางก็ป่าวประกาศต่อไปว่าอาแปะขับรถทับขานาง เรียกร้องความเห็นใจสารพัด

แต่จนแล้วจนรอดทุกคนก็ทำให้นางได้แค่มอง จะด้วยสายตาแบบไหนขอให้นึกเอาเอง เมื่อนางเห็นว่าไม่มีคนช่วยนางเลยมองไปที่พี่ตำรวจที่ออกมาพักกลางวันกินข้าว

อิเจ๊ขาวีน: *เดินมาหาพี่ตำรวจแล้วสะกิดอย่างสนิทสนม* พี่ดูดิเนี่ย ไอรถคันนั้นอ่ะมันทับขาหนู (ชี้ชวนให้ตำรวจมองตีนตัวเอง) แล้วพูดแค่ขอโทษ พี่ว่ามันถูกเหรอ!!

พี่ตำรวจ: (นึกในใจ) งานเข้าละกู ออกมากินข้าวแท้ๆ *ปาดเหงื่อ* [อันนี้ จขบ. คิดเองจ้า 555]

ความจริงคือ พี่ตำรวจแกก็เดินไปเคาะรถอาแปะแล้วบอก ให้รับผิดชอบอีเจ๊นั่นด้วย อาแปะผู้ซึ่งกำลังถอยรถออกจากซอยแผงลอยแคบๆนั้นอย่างทุลักทุเล ก็เปิดประตูรถแล้วเดินลงมา ความจริงแกลงมาดูว่ารถแกพ้นมั๊ย จะไปชนของเค้าอีกรึเปล่าต่างหาก ไม่ได้สนใจอีเจ๊นั่นเลย 5555555 แต่อีเจ๊ก็ยังเดินตามรถแกไปเรื่อยๆแล้วโวยวายว่า “ขับรถทับขาคนเนี่ย แค่ขอโทษหายเหรอ?” ตลอดเว อิชั้นเห็นแล้วหงุดหงิดสุดๆเลยเจ้าค่ะ ใครก็ได้เอาอีเจ๊เวรนี่ออกไปที

อาแปะน่าสงสารมาก ไม่มีใครช่วยดูเลย มีแต่คนรุมด่า “เข้ามาได้ไงเนี่ย เค้าปิดถนนแล้ว บลาๆๆๆ~~” ป๊าเราถึงขนาดจะเข้าไปช่วยแปะขับเลยทีเดียว แต่ขอโทษ ถ้าป๊าขับแผงทั้งหมดนั่นอาจจะราบเป็นหน้ากลอง 5555555 ก็แหม พ่อชั้นขับรถธรรมดาที่ไหนล่ะ!

แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ดูต่อว่าตอนจบของเรื่องเป็นไง อาแปะรับอีเจ๊ขึ้นรถไปทำแผลมั๊ย หรืออีเจ๊อยู่ที่เดิมและโวยวายต่อไปหรือเปล่า? เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป จขบ.ก็มิอาจทราบได้ 555555555 ขอให้ท่านผู้อ่านวาดตอนจบกันเอาเอง ให้สวยหรูหรือดราม่ากันสนุกตามชอบ

จบไปหนึ่งเรื่อง ยังมีอีกเรื่องให้ดราม่าต่อ

หลังจากหนีเรื่องอาแปะมา ก็มาเจออีกเรื่อง ชื่อเรื่อง “โต๊ะหัก!!”

เดินออกมาจากตลาดนัดของเก่าตรงนั้น เดินมาเรื่อยๆจนถึงตรงที่มีรูปพระแม่บีบมวย ทางซ้ายของพระแม่จะตลาดนัดเล็กๆที่ต่อเนื่องมาจากตรงนั้นอีก เดินมาไม่ทันจะเห็นเลยว่าขายอะไรได้ยินเสียงโวยวายอีกละ ป๊าก็ลากเราไปดูอย่างเร็วไว ตามประสาคนไทยที่ชอบมุง

“เอ้าๆ อย่าเพิ่งไปนะครับจ่ายค่าเสียหายด้วย” เสียงตาลุงคนนึงดังขึ้น ทั้งๆทีแกไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่แกก็ทำตัวเสมือนหนึ่งว่าแกเป็น แกหันไปถามเพื่อนแผงลอยด้วยกันว่า “เอ้าแล้วพี่ตี๋หายไปไหน” พี่ตี๋นี่คงเป็นเจ้าของร้านที่ของพัง ซึ่งไอของพี่พังเนี่ยก็คือโต๊ะเล็กๆที่มีรูป ก.ไก่ ข.ไข่ สกรีนไว้ ทำจากอะไรสักอย่างที่เมื่อโดนน้ำแล้วมันจะพอง ถ้ามันไม่แห้งดีเราก็จะหักง่ายพอนึกออกมั๊ย คล้ายกระดานวาดรูปง่ะ แต่ไม่แข็งเท่า แล้วที่มันพังก็เป็นเพราะ เด็กชายคนหนึ่งเดินเล่นกับพ่อแล้วบังเอิญไปเตะไอโต๊ะเวรนี่เข้า แล้วมันก็หักสองท่อน!

ตาลุงผู้ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยแกก็บอก พ่อของเด็กชายโชคร้านคนนั้นทันที “จ่ายมา 150 ค่าเสียหาย” เอาตรงๆแบบไม่เข้าข้างใคร ดูจากสภาพแล้วไอโต๊ะเวรนั่นก็ควรจะทิ้งมันไปได้แล้ว สภาพดูไม่ได้เลย ข้างหลังโต๊ะนี่ดำ ราขึ้นเต็มไปหมด จะเอาค่าเสียหาย 150 นี่เกินไปมั๊ย?

พ่อของเด็กก็คงจะรู้แกก็ควักแบงค์ร้อยออกมาแล้วยื่นให้ “เอาหน่าเด็กมันไม่รู้ เผลอไปเตะเข้า” ตาลุงก็ไม่สนใจจะเอา 150 ท่าเดียว “ไม่อะ 150 เท่านั้น ก็ทำของเค้าพังเนี่ย” พ่อของเด็กก็ตามหาผู้เสียหาย อีลุงก็บอกไม่อยู่ จ่ายมาซะ 150 (ถามจริงลุงเกี่ยวอะไรกับเค้าด้วยเนี่ย เสนอหน้าจริง) แล้วแกก็ต่อราคากันไปมาๆ พ่อเด็กให้เพิ่มเป็น 120 อีลุงบอกจะเอา 130 โวะ 10 บาทก็ยังจะเอา และสุดท้ายก็เหมือนเดิม คือพ่อเราเดินออกมาก่อน (อีกแล้ว) เฮียคนนี้อยากรู้ทุกเรื่อง แต่ไม่จบสักเรื่อง 5555555 (นี่แกนินทาพ่อเรอะ!)

คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) เราคิดว่า 100นึงนี่ก็พอละสำหรับโต๊ะเน่าๆตัวนั้น อีลุงมึงมากไปนะ 150 แต่ยังไงก็เป็นเรื่องของเขาสองคน ไปจัดการกันต่อเองละกัน 55555

แล้วเรากับพ่อก็เดินไปสนามหลวง....

สนามหลวงคนเยอะมากกกก ร้อนด้วย ชั้นจะบ้าตาย ได้เห็นพระบรมสารีริกธาตุเพียงสามวิ แล้วพ่อก็บอกว่า “ไปเขาดินกันเตอะ!” เรา “O_O” ได้แต่ทำตาโต 

กว่าจะหาทางไปเขาดินได้ก็นานแสนนานนั่นรถสองสามต่อแล้วก็ถึง ทาดา~~!

 

ตั๋วผู้ใหญ่ 70 บาท แน่ะ

 

ได้จับฮิปโปด้วย ตัวอ้วนน่ารักเชียะ >0<

 

เดินไปๆมาๆในเขาดินแล้วพบว่า 80% ของคนที่มาเที่ยวเขาดินเป็นต่างด้าว พม่า ลาว เขมร ครบ! = =;; และข้อเท็จจริงอีกอย่างที่พบก็คือมันเสื่อมลงมาก หลายๆอย่าง ที่กรงสิงโต สิงโตนอนผอม ไม่เหลือคราบเจ้าป่าผู้น่าเกรงขาม โซนจัดแสดงสัตว์กลางคืน ทางเข้าแปะไว้ตัวเบ้อเริ่ม “กรุณาอย่าส่งเวียงดัง” เดินเข้าไป กุนึกว่าตลาดสด จะตะโกนทำส้นตึกอะไรอีเจ๊ เจออิเจ๊คนนึงพูดหน้าตู้อีเห็น “ไหนๆของดูอิเห็นหน่อย หน้าตาเป็นไง ชั้นเอาไปด่าคนว่า ว๊ายอีนี่หน้าเหมือนอีเห็น แต่ไม่เหคยเห็นตัวจริงของดูหน่อย” พอนาง ‘เห็น’ อีเห็นแล้ว นางก็บอกว่า “อ๋อ นี่เอง อีเห็น” อีเจ๊ กุเพลีย  = =

และนี่คือโฉมหน้าของอีเห็นนะจ๊ะ ก่อนจะด่าใครก็ศึกษาหน้าตาสัตว์นิสนึงนะ 555
(ขอบคุณรูปภาพจากอากู๋) 

 

 

สิงโตนอนผอม T^T

 

 
ยีราฟฟฟ ><
 
ม้าลาย
 
 
 
น่ารักเนอะๆๆ นานๆไปทีก็มีความสุขดีเหมือนกัน
 

Comment

Comment:

Tweet

เข้าดิน ปัจจุบัน เหี้ยมาก (ตัวเงินตัวทองเยอะมาก)
ปล. อ่านเพลิน 555

#2 By arm (124.122.228.87) on 2012-02-26 01:11

คนแรก ><
//ข้ามดราม่า
น่ารักจัง พาพ่อไปเขาิดินด้วย
เค้าเคยไปตอนเด็กๆ จำไม่ได้อีกตะหาก
แต่พวกสัตว์มันดูไม่ค่อยดีเนอะ

#1 By Natural on 2011-12-07 02:16