สวัสดีค่ะ เราเป็นคนๆนึง ที่เกิดมาไม่เคยคิดอยากจะเป็นมนุษย์เงินเดือนเลย ไม่อยากทำงานกินเงินเดือน อยากเป็นเจ้านายตัวเอง ซึ่งใครๆก็คงคิดอย่างนี้แหละเนอะ
 
จริงๆตอนนี้ไม่ได้คิดจะเขียนเลย แต่บังเอิญนั่งคุยกับพ่อแล้วพ่อพูดถึงพอดี บางทีพ่อก็จำรายละเอียดของเรื่องราวต่างๆในชีวิตเราได้ดีกว่าเราเสียอีก.. เลยเอามาเขียนซะหน่อย เผื่อใครผ่านมาแล้วอ่านเจอ
 
ตอนเด็กเราชอบอ่านหนังสือมาก และเป็นคนที่ไม่มีหัวสมองทางด้านคณิตศาสตร์เอาเสียเลย (จะสมองดีอย่างเดียวตอนคิดเงิน 5555) แค่บวกลบเลขหลักสิบที่ตัวเลขแปลกๆ เราก้กดเครื่องคิดเลขละ กากจริง ยอมรับ T-T
 
เราตั้งใจมาตลอดว่าจะเรียนในสาขาที่เกี่ยวกับหนังสือ โดยมีอักษร ฬ เป็นความฝันเลย อยากเรียน ฬ มาก เพราะใกล้บ้านอาม่า เป็นความฝันเล็กๆของเด็กสิบขวบ 5555 คิดไกลไปจริงๆ 
 
แต่ก็อย่างว่า อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน พอขึ้นม.ปลาย ต้องเลือกว่าจะเรียนสายอะไร มีญาติ มีรุ่นพี่ บอกให้เรียนวิทย์จะได้มีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า เป็นคนเชื่อคนง่าย เรียนวิทย์เลยจ้า 5555 ตอนเรียนก็อยู่อันดับท้ายๆของห้อง ตอนนั้นเฟลมาก เพราะไม่เคยได้คะแนนน้อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เราเป็นกลุ่มที่ต้องเรียนพิเศษวันเสาร์ที่โรงเรียน ต้องอยู่ติวต่อตอนเย็น เพราะคะแนนวิชาวิทย์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แย่มาก แต่เกรด ม.ต้นดีไง เลยได้เรียนสายวิทย์
 
ตอน ม .5 (มั๊ง) ครูประจำชั้นจัดที่นั่งให้ใหม่ กระจายคนเรียนอ่อนออกจากกัน ให้นั่งประกบคนเรียนดี ช่วงนั้นก็เป็นช่วงเปิดโลกกว้างของเราอีกเหมือนกัน เพราะเพื่อนทำให้เรารู้จัก "การกวดวิชา" เราก็บ้าเรียนตามเค้าไปหมดเลย อาจารย์ไหนเด็ด อาจารย์ไหนดัง เราตามไปเรียนหมด เก็บเงินเรียนพิเศษเอง คิดว่าขอให้เก่งด้วยเถิด แต่ก็อย่างว่าแหละ คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ทำยังไงเท่าไหร่ก็ไม่ดีเท่าคนที่เค้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
 
Born to be คำนี้ครูประจำชั้นพูดบ่อยมาก คิดถึงช่วงเวลานั้นจัง..
 
แต่พอถึงช่วงเวลาที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ เรากลับหวั่นใจ กลัวไม่ติด เปลี่ยนทิศไปหลายรอบมาก เราเคยติดค่ายเส้นทางสู่หมอศิริราช ก็บ้าอยากเป็นหมออยู่พักนึง ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าสมองไม่ให้ ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอก พอมีเทศกาลรับตรง ก็สอบทุกอย่างแบบที่ครูบอกไว้ สอบไปเถอะ อะไรก็ได้ แต่เราก็เลือกนะ เลือกอันที่เราคิดว่าเราพอไหว ยื่นทุกอย่างสอบทุกอย่าง จนสุดท้าย ติดตรง ม.เกษตร จำได้เลยกลับบ้านมารีบวิ่งขึ้นข้างบนเปิดคอม พอเห็นชือตัวเอง (ที่ติดเป็นตัวสำรอง) แหกปากตะโกนลั่นบ้านจากชั้นสามวิ่งลงมาบอกพ่อ สอบติดแล้วววววววววววววววววววววววว
 
พ่อตกใจหมด 55555
 
พอสอบติด ก็มีเพื่อนบางคนยินดี เข้ามาแห่แหน มีเพื่อนที่เห็นชื่อเรา ก่อนที่เราจะเห็นชื่อตัวเอง โทรมาหาสิบกว่าสาย เพื่อที่จะบอกให้เราดูผลและรอกรี๊ดพร้อมกัน (คิดถึงแกนะะ ><) แต่เราดันรับสายช้า พอโทรกลับ นางบอก "กูไม่ตื่นเต้นและ กะว่าจะโทรมากรี๊ดเป็นเพื่อนสักหน่อย เออๆ แค่นี้นะ" 55555 แต่บางคนก็ไม่ยินดี บอกว่า คณะและสาขาที่เราสอบติด จบมาก็ไม่มีงานทำหรอก เราเฟลนะ กลับบ้านมาบอกพ่อ ป๊า ไม่อยากเรียนแล้ว เพื่อนบอกจบมาไม่มีงานทำ เครียด พ่อก็พยายามหาคนนู้นนี้ที่เคยผ่านช่วงเวลาเอ็นสะท้าน เพื่อนพ่อบ้าง ญาติห่างๆบ้าง มาคุยให้เราฟัง
 
เราได้คุยกับเพื่อนอีกคน เพื่อนคนนี้บอกให้เราดีใจเถอะที่สอบติดแล้ว เราไม่ต้องไปยื่นคะแนนในสนามสอบแอดมิดชั่นแข่งขันกับให้เหนื่อยใจ และต้องต่อสู้กับคนอื่นหลายหมื่นคน ม.เกษตร เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและอยู่ในอันดับต้นๆของเมืองไทย จงภูมิใจเถอะที่ติดตรง ตอนนั้นกำลังใจมาละ โอเค ชั้นจะเรียนที่นี่!
 
ถึงตอนนี้มานั่งคิด เรารู้สึกว่าเราโชคดีที่มีคนคอยให้คำปรึกษาอยู่ในทุกช่วงชีวิต ช่วยดูไม่ให้เราเตลิดออกไปนอกเส้นทาง แม้ว่าความคิดของเราจะชวนให้เราเตลิด แต่ก็จะมีคนมาช่วยตะล่อม ตบๆๆ พูดให้คิดได้ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้เราเป็นเราในทุกวันนี้
 
ตอนเรียนปีหนึ่งเป็นอะไรที่ เหนื่อยโคตร รู้สึกใหม่มากกับสนามนี้ ไม่โปรเลย ไม่กระตือรือร้นในการหาเพื่อนใหม่ เพราะเพื่อนเก่าติดเกษตรเป็นโหล แถมคณะเดียวกันอีก 8 คนและมีติดภาควิชาเดียวกันด้วย ไม่สนอะไรแล้วจ้าชีวิตนี้
 
เราเป็นคนเข้ากับเพื่อนใหม่ค่อนข้างยาก เพราะพูดน้อยกับคนที่ไม่สนิท ไม่สะดวกใจที่จะชวนใครคุยก่อน ดูเผินจะรู้สึกว่าหยิ่ง แต่พอรู้จักกันจริงๆละมึ้งงงง ไปไหนไปกันนะ เมาท์แตก พูดกันน้ำไหลไฟดับ อย่ามาแย่งพูดเชียว
 
จำไม่ได้แล้วว่าใช้เวลาเท่าไหร่ถึงสนิทกับเพื่อนที่ ม. แต่สุดท้ายก็สนิทกับทุกๆคน ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกันได้มารู้จักกัน ปีหนึ่งทุกคนแอ๊บมาก กลัวภาพลักษณ์เสีย เทียบตอนนั้นกับตอนนี้ คนละเรื่องเลยจ้าา 5555 
 
เรื่องเรียนเราก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนะ เทอมแรกในมหาวิทยาลัย เค้าลงทะเบียนไว้ให้เรียบร้อย เราก็ต้องเรียนตามแบบที่เค้ากำหนดให้ จำได้เลยว่าเรียนแต่ตัวโหดๆ ฟิสิกส์+แลป เจนเคม+แลป ชีวะ+แลป แคล1 สอบมิดเทอมมาคะแนนออกมาน่ารักมาก วิชานี้สิบคะแนน วิชานี้เจ็ดคะแนน น่ารักจริงๆ จำคะแนนเต็มไม่ได้ละ แต่จำได้ว่าแย่มาก จริงๆคะแนนแบบนี้ไม่ต้องคิดเลยนะว่าจะดรอปหรือไม่ดรอป มันควรดรอปเลยละไม่ต้องคิด แต่เรายังใหม่อยู่ไง เราเครียดมากกกกก (อีกและ) เราพยายามถามทุกคน ถามพี่รหัส หนูเอาไงดีอ่ะพี่ ถามเพื่อน เพื่อนก้ถามพี่รหัสของเพื่อนให้ แต่ก็คิดไม่ตก ไม่อยากดรอป ดรอปนี่แย่มากมั๊ย คืออะไร ทำไม ยังไง ไม่เข้าใจเลย ฮืออออ
 
สุดท้ายตัดสินใจไปถามอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์แนะนำว่าให้ดรอป เราเลยไม่ลังเลละ ดรอปทันที เทอมแรกเรียน 17 หน่วย ดรอปไปสองวิชา (เจนเคม+แคล) เหลือ 10 หน่วย น่ารักป้ะ?